MON-FRI8AM - 7PMCALL US095-3232456

Latest news

Classic list

Globally incubate standards compliant channels before scalable benefits. Quickly disseminate superior deliverables whereas web-enabled applications.
-1200x628.jpg
21/Oct/2019

จากกระแสในสังคมออนไลน์ที่แชร์บทความที่บอกว่า กิน ทุเรียน สามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยให้ “กินหลังตื่นนอนตอนเช้า ช่วงเวลา 5.00-7.00 น กินครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ หลังจากนั้นก็ให้ ดื่มน้ำอุ่นตาม คำแนะนำควร งดอาหารเช้าของวันนั้นๆ และกินติดต่อกันเป็นเวลา 2 วัน เพราะความร้อนจากสารกำมะถันและเส้นใยใน ทุเรียน จะไปชวยชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ภายในลำไส้ จึงทำให้คุณนั้นผอมลงและยังช่วยให้ร่างกายสดชื่นอีกด้วย อาจกิน 2 พูแทนข้าวมื้อเย็นได้ “ บทความนี้ถูกแชร์ออกไปมากในเฟสบุค ทำให้เหล่าสาวก ทุเรียน แต่กลัวอ้วนกลับมาตื่นเต้น ดีใจอีกครั้งที่จะได้กินทุเรียนแบบไม่ต้องกลัวอ้วนอีกแล้ว แค่บทความนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน วันนี้เราจะมาพูดถึง ทุเรียน กันค่ะ ว่าจริงๆแล้วการกิน ทุเรียน ครึ่งลูกแบบที่บทความนี้บอก ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ?

 

ในเนื้อเหลืองอวบของ ทุเรียน ประกอบด้วย 3 อย่างหลัก คือ

  1. แป้ง จากเนื้อเหลืองแน่นที่กินแล้วหวานมันอร่อยลิ้น
  2. ไขมัน มีปนมาอยู่บ้างซึ่งมากกว่าพืชทั่วไป แต่การมีไขมันนี้ทำให้ทุเรียนมีวิตามินอีเยอะ
  3. วิตามินแร่ธาตุและกำมะถัน หรือซัลเฟอร์ โดยกำมะถันตัวนี้เองคือตัวร้อน เป็นผู้ร้ายที่ทำให้เกิดอาการร้อนในและกลิ่นไร้เทียมทาน

สรรพคุณของ ทุเรียน

  1. ช่วยฆ่าเชื้อ จากกำมะถันในเนื้อเป็นเสมือนยาปฏิชีวนะอ่อน ๆ
  2. ช่วยเผาผลาญ จาวมร้อนของกำมะถันและน้ำตาลในเนื้อ
  3. ช่วยระบาย จากกากที่เป็นเส้นใยยุ่บยั่บในเนื้อ
  4. ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน)
  5. สรรพคุณทุเรียนช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน)
  6. สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใยวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก,ใบ)
  7. ทุเรียน สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก)
  8. สรรพคุณของทุเรียนช่วยขับพยาธิ (ใบ,เนื้อทุเรียน)
  9. ทุเรียน สรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ)
  10. ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ)
  11. ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก)
  12. ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก)
  13. ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก)
  14. ช่วยแก้ฝี (เปลือก)
  15. ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก)
  16. ใช้สมานแผล (เปลือก)
  17. เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก)

นอกจากนี้ ทุเรียน ยังมีฤทธิ์ไล่พยาธิได้ ด้วยกำมะถันที่รุ่มร้อนทำให้ลำไส้ไม่เป็นบ้านแสนสุขของพยาธิอีกต่อไป อีกทั้งกากใยในเนื้อที่ช่วยขัดล้างลำไส้ด้วย

การทาน ทุเรียน เพื่อสุขภาพ ควรทานครั้งละไม่เกิน 2 เม็ดขนาดกลาง น้ำหนักเฉพาะเนื้อประมาณ 100 กรัม จะให้พลังงานสูงถึงประมาณ 190 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย ไขมัน 4.0 กรัม โปรตีน 2.6 กรัม และให้แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก และวิตามินเอ ประมาณ 17 มก. 36 มก. 1 มก. และ 21 มก.ตามลำดับ แต่ ถ้า หากกินครั้งละ 2-3 พู หรือประมาณ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกนั้น ก็จะทำให้ร่างกายได้รับพลังงานจากทุเรียนสูงถึงประมาณ 400 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบได้กับทานข้าว 5 ทัพพี หรือน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือก๋วยเตี๋ยวหมู 1 ชาม

สำหรับ คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด ให้ระมัดระวังในการทานทุเรียน ทานได้แต่ในปริมาณที่น้อยกว่าคนปกติ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการทานทุเรียน คือ ต้องไม่ทานร่วมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น อาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เกิดอาการร้อนใน เป็นอันตรายต่อสุขภาพและเสี่ยงเสียชีวิตได้

ส่วนความเชื่อที่ว่า กิน ทุเรียน แล้วให้กินมังคุดตามเพื่อแก้ร้อนใน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้จะไม่มีงานวิจัยรองรับ แต่คิดว่าเป็นกุศโลบายของคนรุ่นเก่า ที่คิดว่าทุเรียนเป็นของร้อน แล้วให้กินมังคุดเป็นของเย็นแก้กัน และคงต้องการให้คนกินผลไม้ที่หลายหลากชนิดด้วย ดังนั้นสำหรับคนที่กินทุเรียนจนร้อนใน ควรกินอาหารธาตุเย็นที่มีฤทธิ์แก้ร้อนในตามลงไป ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามความเหมาะสมและความชอบของคุณ เช่น

  • ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ บางคนชงน้ำเกลือเจือจางดื่มสักแก้วก็ดีขึ้นได้เช่นกัน
  • กินผักสดต่างๆ ให้มากขึ้น
  • กินผลไม้ที่มีน้ำเยอะ ประเภทแตงโม แตงล้าน หรือผลไม้รสเปรี้ยวหรือหวานอมเปรี้ยว เช่น ส้ม สับปะรด มะนาวให้มากขึ้น หลายคนนิยมกินมังคุดตามหลังกินทุเรียน
  • ดื่มเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ที่มีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน เช่น น้ำเก๊กฮวย น้ำหล่อฮั่งก๊วย น้ำรากบัว น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำใบเตย เฉาก๊วย

แนะนำเคล็ดในการกินทุเรียนให้ไม่อ้วน และสุขภาพดี

  1. เลือกทุกเรียนห่ามจะดีเพราะมีน้ำตาลน้อย แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็กินทุเรียนสุก เนื่องจากงานวิจัยพบว่า ทุเรียนมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อเคอซิทิน ซึ่งเป็นตัวเดียวกับในหอมใหญ่และองุ่น ทั้งนี้พลังต้านอนุมูลอิสระของทุเรียนสุกจะมีมากกว่า มังคุด ลิ้นจี่ ฝรั่ง มะม่วง ตามลำดับ
  2. ถ้าจะกินเพื่อสุขภาพก็ให้กินได้ครั้งละไม่เกิน 2 พูต่อสัปดาห์ และถ้ามื้อไหนกินทุเรียน ก็ไม่ต้องกินข้าวมาก
  3. ทุเรียนน้ำกะทิควรหลีกเลี่ยง เพราะอุดมไปด้วยน้ำตาลทั้งจากทุเรียน ข้าวเหนียว และไขมันจากกะทิ และอาจทำให้เกิดอาการร้อนในได้ด้วย
  4. ขอให้กินทุเรียนกับผลไม้เนื้อเย็นน้ำเยอะ เช่น มังคุด ลองกอง แตงโมเพราะจะช่วยดับร้อนได้ดี
  5. อย่ากินทุเรียนร่วมกับเหล้า แอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มบำรุงกำลัง เพราะจะทำให้ยิ่งร้อนจัดขาดน้ำและช็อกได้ เนื่องจากกำมะถันในทุเรียนละลายได้ดีในแอลกอฮอล์

ได้ทราบถึงข้อดี ข้อเสียของทุเรียนกันไปแล้วนะคะ กับบทความที่บอกว่า กินทุเรียนครั้งละไม่เกิน 2-3 พู เท่ากับ 4-6 เม็ด หรือเกือบครึ่งลูกกินได้ทุกพันธุ์ นั้น ก็คงจะเกินความเป็นจริงไปหน่อย เพราะการกินทุเรียนที่ดีต่อสุขภาพนั้นแค่ไม่เกิน 1-2 เม็ดเท่านั้น หากกิน 4-6 เม็ดหรือครึ่งลูกอย่างที่บทความนั้นว่าไว้ แทนที่จะได้ลดความอ้วนกัน โรคอ้วนได้ถามหาแน่ๆค่ะ  อย่างไรก็ตาม ผลไม้หรืออาหารทุกชนิดมีประโยชน์หากรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ หวังว่าวันนี้ เราคงไข้ข้อสงสัยให้ผู้อ่านได้ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ?

 

ขอบคุณที่มาจาก : www.bodyshape.co.th
www.goodfoodgoodlife.in.th
frynn.com


-1200x628.jpg
02/Oct/2019

การดูแลผิวหน้า สำหรับทุกสภาพผิว

การดูแลผิวหน้า เพื่อผิวสวยสำหรับทุกสภาพผิวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน และรู้หรือไม่ว่าผิวหนังเป็นอวัยวะที่ฟื้นฟูได้เองอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่ได้รับการบำรุงใดๆเลย แต่ลักษณะผิวพรรณบนใบหน้าของแต่ละคนนั้นต่างกันเช่นกัน (บางคนหน้ามัน บางคนหน้าแห้ง บางคนผิวผสม) ทำให้การดูแลผิวหน้าของแต่ละลักษณะผิวเพื่อให้ผิวสวยอยู่เสมอนั้นจึงแน่นอนว่าต้องแตกต่างออกไป


การดูแลผิวหน้าที่ถูกต้องนั้น นอกจากจะทำให้ผิวหน้าฟื้นฟูตัวเองได้เร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยรักษาปรับสภาพผิวให้เป็นกลางมากขึ้น ไม่แห้ง ไม่มันเกินไป และยังช่วยให้ผิวสวย มีน้ำมีนวล คงความยืดหยุ่นไปได้นานๆ

ลักษณะสภาพผิว และ การดูแลผิวหน้า

  • ผิวหน้าแห้ง

ถ้าคุณเป็นคนที่มีผิวหน้าแห้ง, ความมันบนผิวหน้าน้อย, เป็นคนที่ไม่ค่อยเป็นสิว = คุณเป็นคนหนึ่งหละครับที่มีสภาพผิวหน้าแห้ง

ในกรณีที่ผิวแห้งมากๆ ผิวจะขาดความยืดหยุ่นและจะอ่อนไหวเป็นอย่างมากแต่แสงแดด ลม และอากาศหนาว

แนะนำให้ล้างหน้าเพียงวันละ 1 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเนื้อครีมซึ่งไม่ทำให้ผิวแห้งมากกว่าเดิม คงความชุ่มชื่นได้มากกว่าและที่สำคัญอย่าลืมล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

  • การดูแลผิวหน้าสำหรับสภาพผิวแห้ง

ล้างทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำอุ่นและเช็ดหน้าให้แห้ง ใช้โทนเนอร์แบบออยฟรีเพื่อความสะอาดอย่างหมดจดและจะไม่ทำให้หน้าแห้งเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้โทนเนอร์,ครีมหรือเมคอัพ ใดๆก็ตามที่มีส่วนประกอบเป็นแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์จะทำให้ผิวหน้าของคุณนั้นแห้งยิ่งกว่าเดิม

แนะนำให้ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทุกเช้าเพื่อช่วยให้ผิวสวยของคุณชุ่มชื่น และช่วยคงสภาพอิ่มน้ำเอาไว้นานๆ


  • ผิวหน้ามัน

หากคุณเป็นคนที่ผิวหน้ามัน สิ่งที่สังเกตุง่ายๆก็คือใบหน้าของคุณจะกลับมามันอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่เพิ่งจะล้างหน้ามาไม่นานนี้เอง Y_Y

ส่วนรูขุมขนนั้นจะกว้างกว่าคนที่มีสภาพผิวแบบอื่นๆ แถมยังเป็นสิวอุดตัน ทั้งหัวขาวและหัวดำได้ง่ายมากกว่าคนที่มีสภาพผิวหน้าแบบอื่นๆอีกด้วย ซ้ำร้ายลักษณะของผิวยังค่อนข้างหยาบ (เนื่องมาจากรูขุมขนที่กว้าง) เรียกได้ว่าผู้ที่มีสภาพผิวหน้ามันนั้นโชคร้ายที่สุด ถ้าเทียบกับการมีสภาพผิวแบบอื่นๆ

  • การดูแลผิวหน้าสำหรับสภาพผิวมัน

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าสภาพผิวมันนั้น ดึงดูดสิ่งสกปรกมาเกาะบนใบหน้ามากกว่าลักษะผิวหน้าแห้ง เพราะฉะนั้นควรล้างหน้าสองครั้งต่อวัน ด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีส่วนผสมของยารักษาสิว เพราะผลิตภัณฑ์ที่สามารถรักษาสิวได้จะมีส่วนไปช่วยในการลดการทำงานของต่อมที่ผลิตความมันบนใบหน้า

การใช้กระดาษซับมันก็ช่วยลดความมันได้ดีเช่นกันในระหว่างวัน การใช้มอยเจอร์ไรเซอร์แบบออยฟรีก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าถึงแม้ว่าผิวหน้าชั้นนอกจะมีความมันเยอะก็ตาม แต่ผิวหนังด้านในนั้นอาจจะแห้งมากซะจนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมัน ผลิตไขมันออกมามากขึ้นอีก ฉะนั้นหามอยเจอร์ไรเซอร์แบบออยฟรีมาใช้ดูแลผิวหน้ากันนะครับ ถ้าหากอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาหน้ามันอ่านที่นี่

หากใครมีปัญหาหน้ามัน สนใจ ครีมสำหรับคนหน้ามัน ที่ช่วยลดปัญหาหน้ามันอย่างได้ผลจริง คลิกที่นี่


  • ผิวหน้าปกติ

บางคนอาจจะสับสนสภาพผิวธรรมดากับผิวผสมว่าเป็นชนิดเดียวกัน แต่ความเป็นจริงแล้วสภาพผิวทั้งสองสามารถแยกออกจากกันอย่างเห็นได้ชัด

ถ้าคุณมีสภาพผิวมันในบริเวณ T โซน (หน้าผากและจมูก) แต่ที่ส่วนอื่นๆบนใบหน้านั้นแห้ง สภาพผิวแบบนี้คือสภาพผิวปกติ

และสภาพผิวหน้าของผิวแบบปกตินั้นจะเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศด้วย เช่น จะแห้งกว่าในช่วงหน้าหนาว และ มันกว่าเดิมในช่วงหน้าร้อน

  • การดูแลผิวหน้าสำหรับสภาพผิวปกติ

การดูแลสภาพผิวสำหรับผิวปกตินั้นจะเป็นกึ่งๆระหว่างผิวมันและผิวแห้ง เช่นในหน้าร้อนให้ล้างหน้าวันละสองครั้ง ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยลดความมันบนใบหน้า ส่วนในหน้าหนาวให้ล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าเพียงครั้งเดียว (อาจจะล้างน้ำเปล่าในช่วงก่อนนอน แล้วใช้โทนเนอร์เช็ดเอาเพื่อทำความสะอาด) และใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ทาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า


  • ผิวหน้าแบบผสม

สภาพผิวหน้าแบบผสมคือสภาพผิวที่มีความแห้งมากในบางบริเวณและมันมากในอีกบริเวณ สภาพผิวแบบนี้จะสังเกตได้ชัดจากการที่มีสิวเป็นจำนวนมากในส่วนที่มันบนใบหน้า และในส่วนที่แห้งนั้นจะไม่มีสิวและแห้งกร้าน

  • การดูแลรักษาผิวหน้าสำหรับสภาพผิวผสม

การดูแลผิวสำหรับสภาพผิวแบบผสมนั้น ให้แยกเป็นส่วนๆ ตามที่ได้กล่าวไปข้างบน เช่น ผิวส่วนไหนมันก็ให้ดูแลตามสภาพผิวมัน ทำเช่นเดียวกันกับส่วนของใบหน้าที่มีสภาพผิวแห้ง


  • ผิวแพ้ง่าย

ไม่ว่าคุณจะมีสภาพผิวแบบปกติ, มัน หรือ แห้งก็ตาม คุณก็อาจมีผิวที่แพ้ง่าย อ่อนไหวต่อเครื่องสำอางได้ทั้งนั้น ผิวแพ้ง่ายนั้นสังเกตง่ายๆคือ จะเกิดผื่นแดง , สิว , อาการอักเสบ หรือ ฝ้า กระ ได้ง่าย จากเครื่องสำอาง , แสงแดด , ลม , หรืออากาศเย็น

  • การดูแลรักษาผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย

หากคุณเป็นคนที่มีผิวแพ้ง่ายคุณต้องเลือกใช้เครื่องสำอางทุกอย่างตั้งแต่ โฟมล้างหน้า โทนเนอร์ ไปจนถึงมอยเจอร์ไรเซอร์ เป็นแบบที่ไม่มีน้ำหอมและมองหาที่มีคำว่า Hypoallergenic สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการดูแลรักษาผิวแพ้ง่ายก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น ส่วนผสมที่ควรมองหาหากคุณต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆ มีดังต่อไปนี้: chamomile, azulene, bisabolola, llantoin, lavender, camphor, calamine, rosemary. thyme, aloe vera เป็นต้น


**ป้องกันผิวสวยของคุณจากแสงแดดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้**

ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยถนอมผิวสวยของคุณ ให้อ่อนเยาวน์ ดูขาวเนียน อยู่กับคุณไปนานๆ เพราะแสงแดดเป็นตัวการอันดับ 1 ที่ทำให้ผิวของคุณมีสภาพแย่ลง ทั้งจุดด่างดำ ริ้วรอย และเร่งให้ผิวแก่เร็วขึ้น เพราะฉะนั้นคุณควรทาครีมกันแดดให้เป็นนิสัย เป็นประจำทุกวัน

และข้อควรรู้อีกอย่างหากคุณอยากถนอมผิวสวยของคุณคือแสงแดดนั้นไม่ได้เป็นตัวการที่ทำให้ผิวของคุณเสีย หมองคล้ำ หรือแก่ก่อนวัย **แต่เป็นรังสี UVA และ UVB ที่มาพร้อมกับแสงแดดต่างหาก**

UVA UVB นั้นสามารถทะลุเมฆ หมอกควัน รวมถึงกระจกได้ ดังนั้นทาครีมกันแดดเสมอแม้ว่าจะอยู่ในตึกหรืออยู่ในรถที่มีฟิล์มกรองแสง หาครีมกันแดดที่เหมาะกับคุณที่สุด จะทำให้ผิวพรรณของคุณดูสดใส และ ไม่รู้สึกรำคาญเกินไประหว่างวัน


095-3232456


ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพื่อผิวชุ่มชื่นดูกระจ่างใส ผสมสารสกัดจากทุเรียน ทองคำ


KING OF FRUIT to QUEEN OF BEAUTY

สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่

Matchbox SiamSqaure ซอย(Soi) 7

Copyright 2018 by Durrianar.com All rights reserved.